แดงเชียงใหม่

กราบสวัสดี พี่น้องทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน Blog นปช.แดงเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงสักนิดว่า เรา ”แดงเจียงใหม่” เป็นกลุ่มคนชาวเจียงใหม่ที่เคารพรัก กติกาประชาธิปไตย ต่อสู้และต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ อยากเห็นประเทศชาติภายภาคหน้า มีความเจริญ ประชาชน รุ่นลูกหลานของเราอยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขในประเทศของพวกเราเอง ไม่มีกลุ่มอภิสิทธิ์ชนกลุ่มใดมาสูบเลือดเนื้อ แอบอ้างบุญคุณเฉกเช่นในยุคนี้ที่พวกเราเห็น การที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหวังก็ต้องมีการต่อสู้แสดงกำลังให้สังคมได้รับรู้ และเพื่อที่จะให้กลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในปัจจุบันได้เข้าใจในสังคมที่ก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจฝืนต่อกระแสการพัฒนาของโลก การต่อสู้ร่วมกับผองชนทั่วประเทศในครั้งนี้ เรา " แดงเจียงใหม่ " ได้ร่วมต่อสู้ทุกรูปแบบ และ ในรูปแบบที่ท่านได้เข้ามาร่วมอยู่นี้ คือการเผยแพร่ข่าวสารต่อสังคม

เรา " แดงเจียงใหม่ " ขอเชิญชวนร่วมกันสร้างขวัญ และกำลังใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมกัน


"อันประชาสามัคคีมีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธแสนศัตรูหมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านมวลมหาประชาชน"

.

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สุชาติ นาคบางไทร เปิดใจลอดซี่กรงคุกคดีหมิ่น:ไม่ตั้งทนาย ไม่ประกัน ไม่ขออภัยโทษ ขอให้ทุกคนสู้ต่อ

"น้าชาติจะพยายามปรับตัวให้ใช้ชีวิต อยู่ในคุกให้ได้ อาจจะใช้เวลาที่อยู่ในคุก ไปในการเขียนหนังสือ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ไปตามวิถีของตัวเองต่อไป"สมาชิกกลุ่มึคนวันเสาร์ไมเอาเผด็จการที่ไป เยี่ยมรายงาน



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 พฤศจิกายน 2553


สมาชิก กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ รายงานความคืบหน้าการจับกุมนายสุชาติ นาคบางไทร แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า ได้พร้อมกันกับภรรยาและลูกสาวของนายสุชาติไปเยี่ยมเขาที่ศาลอาญา รัชดาฯ โดยถูกนำตัวมาจาก สน.ชนะสงครามส่งที่ศาลในเวลาราว 10.30น.วันที่ 2 พฤศจิกายน

พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัวนายวราวุธ ฐานังกรณ์ หรือสุชาติ นาคบางไทร อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาขออำนาจศาลอาญา ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน

ส่วนคำร้องฝากขัง สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2551 เวลา 18.05 -18.15 น. ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยบนเวที ที่ท้องสนามหลวง แขวงบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ด้วยถ้อยคำที่จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจากศาลอาญา ก่อนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้เมื่อ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ตามคำร้อง

บรรยากาศที่ศาล มีนักข่าวมาถ่ายรูปจำนวนมาก นายสุชาติดูค่อนข้างอิดโรย อาจเป็นเพราะเครียด และนอนไม่หลับ แต่ก็ยังดูเข้มแข็งและมีกำลังใจดี

เมื่อมาถึงศาล เจ้าหน้าที่นำตัวเขาเข้าไปอยู่ในห้องขังที่เป็นกรง ผู้ไปเยี่ยมรายงานว่า ก็ได้ตะโกนคุยกันนิดหน่อย ระหว่างที่นายสุชาติกินข้าวกลางวันไปด้วย

นายสุชาติแจ้งกับผู้ไปเยี่ยม ว่า ขอให้คนที่สนับสนุนเขา หยุดการต่อสู้ทางคดีไว้ทั้งหมด เพราะเขาได้ยอมรับสารภาพไปทั้งหมดแล้ว
ไม่ ขอทนาย ไม่ขอประกัน ไม่ขออภัยโทษ ดังนั้นจะไม่มีอะไรมาเกี่ยวข้องกับคนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเรียกร้องประ ชาธืปไตยทั้งสิ้น ขอให้พวกเราทุกคนสบายใจ และดำเนินชีวิตไปตามปรกติ และต่อสู้ต่อไปตามวิถีของตัวเอง

"น้าชาติจะพยายามปรับตัวให้ใช้ชีวิต อยู่ในคุกให้ได้ อาจจะใช้เวลาที่อยู่ในคุก ไปในการเขียนหนังสือ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน สู้ไปตามวิถีของตัวเองต่อไป"สมาชิกกลุ่มึคนวันเสาร์ที่ไปเยี่ยมรายงาน

หลัง จากนั้นประมาณบ่าย 2 โมง นายสุชาติพร้อมกับผู้ต้องหาคนอื่นๆประมาณ10กว่าคน ถูกนำตัวขึ้นรถบัสของคุก ที่เป็นกรงขังและปิดกระจก เพื่อส่งตัวไปฝากขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่เดียวกับนางสาวดารุณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ"ดา ตอปิโด"ซึ่งถูกดำเนินคดีหมิ่นฯไปก่อนหน้านี้

มี รายงานว่าจะเป็นการฝากขังเป็นผลัดละ 12 วัน ได้อีกประมาณ 7-8 ผลัด จนกว่าอัยการจะทำสำนวนฟ้องเสร็จ จึงจะถูกนำตัวกลับมาพิจารณาคดีที่ศาลอาญาอีกครั้ง

สำหรับการไปเยี่ยมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ให้เยี่ยมในเวลาราชการ ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30น. - 17.00น.
ให้ เข้าเยี่ยมได้ครั้งละ 5 คน ระยะเวลาในการเยี่ยม 15 นาที วันละ 1 ครั้งเท่านั้น รอบเช้า หรือ รอบบ่าย "ดังนั้นหากใครอยากไปเยี่ยม ให้นัดกันล่วงหน้าก่อน แล้วไปพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากประสานกับทางครอบครัวก่อนได้จะดีมาก เพราะครอบครัวคงไปเยี่ยมทุกวัน หากมีใครไปเยี่ยมตัดหน้าก่อนแล้ว ครอบครัวจะเยี่ยมอีกไม่ได้ในวันเดียวกัน"

ดร.สม ศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการ เขียนแสดงความเห็นในกระดานสนทนา คนเหมือนกันว่า..ความจริง มีคนบอกผมมาสักพักนึงแล้วว่า คุณสุชาติ กลับเข้ามาเมืองไทย ตอนแรกที่ผมได้ยิน ก็ตกใจและแปลกใจเหมือนกัน เห็นคนที่บอก เขาว่า เข้าใจว่าคุณสุชาติอาจจะคิดว่า ถ้าอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรให้เป็นข่าว ก็อาจจะอยู่ได้ นี่แสดงว่า ตำรวจอาจจะได้ยินข่าวคราวขึ้นมา?

เรื่องไม่สู้คดี "สารภาพ" (ไม่อุทธรณ์ ฎีกา ไม่เอาทนาย) ผมก็อ่านจากข่าวเช่นกัน

ผม เดาว่า คุณสุชาติ คงคิดในแง่ว่า ถ้าทำในลักษณะนี้ มีโอกาสที่ภายในประมาณ 2 ปี ก็สามารถเป็นอิสรภาพได้ ในกรณีที่โดนตัดสิน แล้วยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ทำนองเดียวกับคุณสุวิชา ท่าค้อ และคุณบุญยืน (ดูเหมือนจะประมาณ 2 ปีนับจากถูกจับทั้งคู่)

ดังที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้านี้ เช่นกรณีคุณสุวิชา เรื่องคดี ม.112 นั้น ต้องแล้วแต่ แต่ละคนที่ต้องคดีจะตัดสินใจตามสภาพของตัวเอง (และครอบครัว) ผมไม่มีความเห็นอะไร ลักษณะของคดีนี้ มันไมใช่คดีธรรมดา โอกาสที่ ถ้าถึงขั้นฟ้องศาลแล้ว จะสู้คดี แล้วชนะ เป็นไปได้ยากมากๆ (ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ถ้าศาลตัดสินใจว่า ไม่ผิด จะไม่ยิ่งเป็น "ตัวอย่าง" ให้กับคนอื่น) ดังนั้น อย่างกรณีคุณสุวิชา คุณบุญยืน ที่ตัดสินใจในลักษณะนั้น ก็คงพอเข้าใจได้ คุณสุชาติ ก็อาจจะคิดในลักษณะคล้ายกัน

อย่างกรณีคุณดา (ตอปิโด)คงอีกหลายปี กว่าจะผ่านขั้นอุทธรณ์ และถ้าตัดสินยืนว่าผิดอีก ก็คงอีกเป็นปี กว่าจะถึงขั้นฎีกา ฯลฯ และถ้าผิดอีก ? ถึงตอนนั้น จะขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่ โอกาสอาจจะน้อยลง สรุปแล้ว มีความไม่แน่นอนสูงมาก


รายงานเกี่ยวเนื่อง:สดุดีวีรประวัติ 4 ปีการลุกขึ้นสู้ของภาคพลเมือง สดุดีอิฐก้อนแรก สุชาติ ณ บางไซ

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า

รวมภาพสุชาติ นาคบางไซ จากพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยที่มีหัวใจห่วงใยและชื่นชม





















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ร่วมเขียน